นาถตยา's profile*~~~Natsu's Space~~~*PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 04

    การเลี้ยงลูกเนี่ยไม่ใช่เรื่องขี้ๆเลยนะ

     
    สี่เดือนผ่านไป ไวปานสายฟ้าแลบ คุณแม่มือใหม่เฝ้าทนุถนอมเลี้ยงดูลูกรักชนิดที่ยุงไม่ให้ตดมดไม่ให้ดม แต่พากันรุมกัดกินเลือดจนอิ่นหนำแทบบินไม่ไหวกันทุกตัว บรึ๋ยย...

    พัฒนาการของน้ำอุ่นเจ้าลูกน้อยตัวจ้ำม่ำของเราคืบหน้าไปด้วยดี คว่ำเองได้ รู้จักจับของมองหน้ายิ้มร่าหัวเราะ อ้อฟันน้ำนมขึ้นแล้ว 2 ซี่ สุดยอด แอบกัดหัวนมแม่ประจำ ซี๊ดดดอูยยยย....

    น้ำหนักตอนนี้ 8. 9 โลบอกแล้วไม่ใช่ขี้ๆ แต่เป็นอึช้างก้อนใหญ่เลยทีเดียว จะอุ้มเดินไปไหนมาไหนนานๆก็ไม่ไหวแล้ว เจอใครๆก็ทักว่าเอาอะไรให้ลูกกินกันเนี่ย แหมก็กินนมแม่อย่างเดียวตามที่หมอบอกเลยละค่า คนสมัยก่อนจะป้อนข้าวป้อนน้ำ ดูอย่างตัวแม่เอง คุณยายจับป้อนข้าวตั้งแต่ออกจากท้องแม่ได้ 3 วันเลยล่ะ

    น้ำอุ่นตื่นประมาณ 8 โมงครึ่งทุกวันก็นอนเล่นร้องเย้วๆอยู่บนที่นอนขณะที่แม่กำลังเตรียมอาหารเช้า หลังจากอาบน้ำแล้วก็จะงีบประมาณ 10 โมง ระหว่างนี้คุณแม่ก็จะทำงานบ้าน ซักผ้า ล้างจาน น้ำอุ่นตื่นเกือบเที่ยง กินนม แล้วอึ ประมาณบ่าย 2 โมงก็จะงีบอีกช่วงสั้นๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงตื่นมากินนม อึ แล้วคุณแม่ก็จะพามานั่งเล่นเปลี่ยนอากาศข้างนอกบ้าน สักประมาณ 3-4 โมงก็ง่วงนอนอีก ตื่น 5-6โมงเย็น ระหว่างนั้นแม่ก็จะทำงานบ้าน เตรียมอาหารเย็น น้ำอุ่นตื่นมาก็พาอาบน้ำ กินนม พาไปเข็นรถเล่น แล้วก็กลับเข้าบ้าน กินข้าว ดูทีวี นอนเล่น จนกว่าจะง่วง ก็ให้กินนมนอนประมาณ 4-5 ทุ่ม บางวันน้ำอุ่นนอนดึกมากตี1-ตี2 เล่นเอาแม่เพลียไปหมดเลยค่ะ

    น้ำอุ่นกินเก่ง ถ่ายเก่ง เปลืองผ้าอ้อมมากเลย แม่ต้องคอยซักผ้าขี้กองโตๆให้ลูกทุกวัน และคอยดูแลความสะอาดของที่นอน หมอน มุ้ง ของลูกอย่างดี เพราะเด็กเล็กๆติดเชื้อได้ง่าย โชคดีที่น้ำอุ่นสุขภาพแข็งแรง แต่ทว่าตอนนี้เริ่มจะมีปัญหานิดหน่อย สงสัยคุณยายพาไปตากน้ำหมอกนานไป ก็เลยมีน้ำมูกใสๆไหลออกมา แต่คุณหมอไม่แนะนำให้กินยาเพราะเด็กยังเล็ก ก็เลยต้องดูอาการไปก่อน ซื้อวิคมาทาให้ แล้วก็ถ้าน้ำมูกมากอาจต้องดูดออก

    น้ำอุ่นเป็นเด็กขี้ร้อน ชอบอากาศเย็น โดยเฉพาะห้องแอร์จะชอบมาก และหลับง่ายถ้าอากาศเย็นสบาย แต่ที่บ้านอากาศร้อนและไม่มีห้องแอร์ น้ำอุ่นก็เหงื่อผุดเต็มหัว ต้องอาศัยพัดลมช่วย ไม่งั้นแย่

    ทุกๆวันที่อยู่กับลูกก็มีความสุขดี แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่เราก็ทำเพื่อคนที่เรารักที่สุดจึงรู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นแม่คน ไม่รู้เหมือนกันว่า เมื่อลูกเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ จะจำได้ไหมหนอ ว่าแม่น่ะเลี้ยงดูลูกมาด้วยความรักและยากลำบากมากขนาดไหน ตัวเราเองก็เพิ่งได้รู้ซึ้งในยามที่ได้ทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเองนี่แหละ...
     
     
    June 17

    น้ำอุ่นลูกแม่

    หลังคลอดก็มาอยู่บ้านสามี ช่วงแรกๆช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จะเดินไปไหนก็ไม่ไหว สามสีก้าวก็เหนื่อย กว่าจะมีเรี่ยวแรงก็เกือบเดือน
     
    ลูกพัฒนาการดีมาก กินเก่ง โตไว ยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อเขามากเลย
     
    ตั้งใจจะเลี้ยงด้วยนมแม่อย่างเดียวจนครบหกเดือน และให้กินนมแม่จนสองขวบหรือจนกว่าจะหมดน้ำนมเลย
    ช่วงนี้ไม่ได้ทำงานที่ไหน เลี้ยงลูก และทำงานบ้าน เป็นแม่บ้านเต็มตัว ช่วงเดือนที่แล้วกลับไปทำงานครึ่งเดือน พี่ที่ทำงานเห็นน้ำอุ่น แล้วตั้งฉายาให้ว่า ยางมิชชลินบ้าง ไส้กรอกอีสานบ้างละ
    ก็ดูเนื้อเค้าสิ เป็นปล้องเลย
    น้ำอุ่นตอนนี้สี่เดือนแล้วค่ะ
    เป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายมาก ไม่งอแง นอกจากจะหิวนม ง่วงนอน กินง่ายอยู่ง่ายโตไวและแสนรู้ อิอิ
    ตอนนี้ไม่ห่วงเรื่องอ้วนหรอก โตขึ้นก็ค่อยว่ากันใหม่นะ

    เจ้าตัวเล็กเกิดมาแล้วจ้า

    พักนี้ไม่ได้เข้ามาอัพเดทกันเลย พอดีมีคนมากระตุ้นจิต เลยต้องคิดมาเพิ่มเติมอะไรใหม่ๆบ้าง
    ชีวิตหลังจากแต่งงานก็ดำเนินเรื่อยมาจน มีน้องอยู่ในท้อง ก้อตั้งใจจะคลอดที่ต่างจังหวัดอยู่แล้วก็เลยลาคลอดตอนท้องได้ย่างเข้าเดือนที่เก้า กำหนดคลอดคือ 22 ก.พ. แต่ลาคลอดวันที่ 1 เลยกลัวคลอดก่อนกำหนด
    ช่วงนั้นก็อุ้ยอ้ายเต็มที ทำอะไรก็ไม่สะดวกสักอย่าง ท้องแก่ก็ลำบากอย่างนี้นี่เอง จะลุกจะนั่งจะยืนจะเดินก็โอดโอยตลอดเลย ยิ่งเรามีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อด้วย ช่วงนั้นจะปวดสะโพกเชิงกรานมากๆ โดยเฉพาะเวลานอน ทรมานสุดๆ นอนคว่ำก็ไม่ได้ นอนหงายก็หายใจไม่ออก ได้แต่นอนตะแคง ท้องก็ไหลไปกองอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เจ้าตัวเล็กในท้องก็แข็งแรงดิ้นสุดเหวี่ยง แอคทีพมาก ถีบได้ถีบดี ถีบจนคุณแม่จุกไปหมดเลยลูกเอ๊ย สงสัยโตขึ้นเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติ

    และแล้ว...
     
    14 กุมภา $
    วันวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก จูงมือกันไปจดทะเบียนสมรส พระเจ้า! คนรักกันเยอะชะมัด ขนาดอายุเจ็ดสิบแปดสิบก็ยังคิดมาจดทะเบียนสมรสกัน ก็ไม่รู้ว่ารักใหม่ หรือรักเก่า แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีๆที่เกิดขึ้นในวันแห่งความรักนี้ อา...ในที่สุด ฉันก็ได้เป็นภรรยที่ถูกต้องตามกฎหมายเสียที ทั้งนี้ก็เพื่อลูกที่จะเกิดมานั่นแหละ
    เริ่มมีมูกเลือด โทรถาม ร.พ. บอกว่าให้รอเจ็บท้องก่อนก็ได้ แต่ไม่ยักกะรู้สึกเจ็บเลย
    คืนวันที่ 14 ก็ยังไปเที่ยวงายกาชาดที่สระแก้ว พอดีคุณสามียกขบวนไปออกร้าน โชว์เครื่องเสียง ก็เลยติดสอยห้อยตามไปด้วย
    15 กุมภา ตื่นมาซักผ้ากองเบ้อเริ่ม
    มีน้ำเดินเล็กน้อยในตอนเช้า แต่ไม่รู้สึกเจ็บปวด เฉยก่อน
    ซักผ้าเกือบเสร็จแล้ว ปวดฉี่บ่อยมาก น้ำเดินเริ่มเยอะ คิดว่าคงไม่พ้นวันนี้แล้วล่ะ
    เที่ยง อาบน้ำสระผมแต่งตัว ไปเรียกคุณสามีให้พาไปร.พ. ก่อนไปก็กินข้าวต้มรองท้องนิดหน่อย
    กินเสร็จเริ่มเจ็บท้องเล็กน้อย ทุกๆ สิบนาที ถี่ขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นเจ็บมาก
    บ่ายโมงวันนี้วันอาทิตย์ ร.พ. ร้างผู้คน เราถูกเข็นไปห้องฉุกเฉิน พยาบาล สอบถามได้ความว่าท้องแรกและมีน้ำเดิน แล้ว จึงส่งตัวเข้าห้องรอคลอดทันที
    เปลี่ยนชุด ร.พ. นอนรอความเจ็บปวดที่กำลังเดินทางมาใกล้เข้ามา อยากเจ็บปวดเสียเหลือเกิน เพราะอึดอัดเต็มทีแล้ว หารู้ไม่ว่ามันเจ็บปวดที่สุดในชีวิตของผู้หญิงเลย
    บ่ายสอง เจ็บมากขึ้น ๆ ๆ ๆ ๆ เจ็บปวดรวดร้าวลงสันหลังบั้นเอว เราร้องลั่นโรงบาลแบบไม่อายใคร ก็มันเจ็บมากนี่นา พยาบาลใส่สายน้ำเกลือ สั่งงดน้ำงดอาหารจนกว่าจะคลอด และมาตรวจภายในทุกชั่วโมง ก็บอกว่าอย่าร้องเดี๋ยวตอนคลอดไม่มีแรงเบ่ง

    ตอนประมาณ เกือบๆ ห้าโมงเย็น ถูกเข็นเข้าห้องคลอด ปากมดลูกเปิดแปดเซ็นต์แล้ว พยาบาลทำคลอดบอกให้เบ่งออกเองเมื่อเจ็บขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็เบ่งลงก้น เบ่งเต็มที่ ยาวๆ แรงๆ หายใจลึกๆ
    เราพยายามเต็มที่ จนทุ่มกว่า หมดแรงจริงๆ เพราะได้กินแต่ข้าวต้มถ้วยเดียวตั้งแต่เที่ยง
    ขาแข้งหมดแรง จะเป็นลมให้ได้ ปวดท้อง ปวดบั้นเอว ปวดมดลูก ทนไม่ไหว พยาบาลก็ไม่ทำอะไรให้เสียที คอยเดินมาดูแล้วก็เอาอะไรมายัดๆ ดึงๆ บอกว่าเราเบ่งดีแล้ว แต่ท้องอยู่สูง รอหมอมาดูให้
     
    เราบอกผ่าเลยค่ะ ไม่มีแรงเบ่งแล้ว กว่าหมอจะมาก็นานโคตร หมอมาก็บอกผ่า ซีซาร์ เลย
    จะซ่าหรือเซ่ออะไรก็เอาเหอะ กุทนมะไหวแล้วโว้ย! (คิดในใจดังๆ)
    ถูกโกนขน ตัดเล็บ ฉีดยาทดสอบ แล้วเข็นเข้าห้องผ่าตัด ระหว่างนี้สิ ท้องมันเจ็บชวนให้เบ่งอยู่เรื่อย
    พยาบาลบอกไม่ต้องเบ่งแล้วเดี๋ยวมดลูกบวม ให้หายใจยาวๆ ไม่อยากเบ่งหรอกนะ แต่ลมเบ่งมาจากไหนไม่รู้ โอ๊ยๆทรมานจริงๆ
    ณ ห้องผ่าตัด ถูกจับให้งอตัว เราถามวิสัญญีว่าสลบเลยรึเปล่าเพราะเราไม่อยากรับรู้ความเจ็บปวดอีกแล้ว แต่เขาแค่บล็อกหลังเราเฉยๆ
    เริ่มรู้สึกชาตั้งแต่ปลายเท้า และยังปวดเบ่งอยู่เรื่อยๆ วิสัญญีคอยคุยกับเราเรื่อยๆ หันเหความสนใจ
    เริ่มรู้สึกชามากขึ้นจนไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว แต่มึนๆ รู้ตัวตลอดว่ามีบางอย่างทาที่ท้อง มีดกรีดยาวดังแควก เหมือนแล่เนื้อหมู รู้สึกว่าหมองัดบางอย่างออกมาจากพุง พยาบาลช่วยกันดึงออกมา
    สองทุ่มสิบสี่นาที เสียงร้องอุแว้ๆ เสียงแห่งความทุกข์ ความสุข เสียงแห่งชีวิตใหม่ ดังเข้าโสตประสาท ชั่วครู่พยาบาลอุ้มมาให้ดูหน้าลูก แวบแรก หน้าเหมือนพ่อมันเลยนะ แล้วเขาก็อุ้มไปให้พ่อที่รออยู่ด้านนอกดู การผ่าตัดยังดำเนินต่อไป มดลูกถูกเย็บและยัดเข้าท้อง เสียงหมอพยาบาลคุยกันเรื่องสัพเพหระขณะเย็บท้องเรา จนเรากลัวว่าจะลืมมีด ลืมผ้าก๊อตไว้ในท้องหรือเปล่า
    สามทุ่มถูกเข็นมานอนที่เตียงคนไข้ตึกหลังคลอด เราถามหาลูกก่อนเลย ลูกล่ะ เธอบอกว่าเข้าตู้อบสองชั่วโมงก่อนค่อยเอาออกมา น้ำหนัก 3650 กรัมตัวโตทีเดียว
    ถูกสั่งงดน้ำและอาหารอีกเกือบสองวัน ให้แต่น้ำเกลืออย่างเดียว คอแห้งก็ทน พอยาชาหมดฤทธิ์ก็เริ่มคันตามใบหน้า ตาตัว ปวดแผล เลือดไหลตลอด 
    นอน ร.พ. 4 วัน 5 คืน หลังคลอดน้ำนมยังไหลไม่มาก ลูกกินเก่งมาก ดูดนมแม่แรงจนหัวนมแตก เลือดไหลซิบๆ ทรมานอีกแล้ว ก็เลยรู้ซึ้งเลยว่าแม่ทรมานแค่ไหนกว่าจะเลี้ยงลูกให้โตเป็นผู้ป็นคนได้

    18 กุมภา กลับบ้านได้ ยังไม่ค่อยมีแรงเดิน แต่โชคดีที่ลูกไม่งอแง เลี้ยงง่าย กินเก่งนอนเก่ง ขี้เยอะ เสียตรงที่กินเก่งเกินไป แผลที่หัวนมก็ระบมไปหลายวัน ขณะนี้ก็ยังไม่หาย แต่ก็มีน้ำนมมากเพียงพอให้ลูกดูดแล้ว น่าสงสารเวลาลูกร้องหิวนม ถึงเจ็บแค่ไหนก็ต้องกัดฟันทน เพื่อลูกรัก...
    December 28

    การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

    ปีหน้าฟ้าใหม่ จะมีเรื่องใหม่ๆเกิดขึ้น ฉันจะต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่ฉันต้องการเสียทีบ๊าย บายงานที่รักถึงไม่รักแต่ก็รู้สึกดีๆอยู่ตั้งนาน ขอพักบ้างละกันนะเหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว...
    October 19

    คนเราทุกข์สุขปะปนกันไป

    วันนี้ฉันมีความสุข เมื่อวานฉันก็มีความสุข
    บางวันตอนเช้าทุกข์มากๆ พอตกเย็นก็สุขมากๆ
    ทั้งเรื่องเดียวกัน และคนละเรืองกัน
    แต่ทุกเหตุการณ์ ก็มีผลกระทบทางจิตใจ
    บางวันก็มีเรื่องราวให้คิดจนต้องปวดหัว
    ปวดวันชิวๆ สบายๆ
    บางวันเหนื่อยสุดๆ อะไรมันจะยุ่งวุ่นวายได้ขนาดนั้น
    แต่ก็มีความสุข
    บางวันก็มีเหตุร้าย ให้ต้องทรมานใจกันอีกหน
    แต่ท้ายที่สุด เราก็อยู่และผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆมาได้
    จนมีวันนี้
    แต่ก็ยังต้องเจอกับวันพรุ่งนี้ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
    ยังไงก็สู้ๆ!
    September 10

    วันที่แสนเศร้าแต่เรายังรักกัน

    เมื่อคืนตื่นขึ้นมากลางดึก.....แอบนอนร้องไห้.....
     
    เสียใจ....คนที่เรารักและเคารพ กลับไม่เข้าใจเราเลย
    สิ่งที่เราทำมาตลอดทั้งชีวิต
    คนภายนอกมองว่าดีและชื่นชม
    แต่คนใกล้กันกลับมองไม่เห็นคุณค่า
     
    ไม่มีกำลังใจมาให้ แต่เวลาผิดพลาดขึ้นมาเมื่อไหร่ มันช่างใหญ่หลวงนัก
     
    รัก และ รู้ว่ารัก
    แต่ยากนักจักเข้าใจ
    น้ำคำทำให้ใจสลาย
    แต่มิวายยังรักอยู่
    ขอโทษสำหรับสิ่งที่ผิด
    หากคิดจะให้อภัย
    ได้โปรดมองที่ข้างใน
    อาจไม่ใช่อย่างที่เป็น
     
     
     
     
    August 15

    ชีวิตหลังแต่งงาน

    และแล้วงานแต่งงานของเราก็ผ่านไปได้ด้วยดี ต้องขอบคุณหลายๆคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ ขอบคุณพ่อแม่ที่ให้กำเนิด ขอบคุณเธอที่เกิดมาคู่กับฉัน ขอบคุณน้าๆพี่ๆน้องๆและทีมงานสองคาร์ออดิโอที่มาช่วยให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น ขอบคุณป้าๆอาๆเพื่อนๆและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ร่วมเป็นสักขีพยานในงานนี้ ถึงแม้มันไม่ได้เลิศเลอเพอร์เฟค และเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งเราแทบไม่ได้คุยกับเพื่อนๆเลย เพราะมัวยุ่งๆ เพื่อนๆก็รีบกลับกัน แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดี
     
    10 สิงหา ตื่นมาตี5 อาบน้ำ แต่งตัว พี่สาวก็อาสามาเป็นช่างแต่งหน้าทำผมจำเป็นให้แล้วยังเป็นช่างภาพให้อีกขอบคุณมากจิงๆ  วันนั้นแทบไม่ได้กินข้าวเลย พอแขกกลับหมดก็มานั่งโซ้ยขนมจีนกับพี่สองด้วยความหิวโหย ยิ่งพี่สองไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า พี่ทั่นแทบจะเป็นลม หลังเก็บล้างเคลียสถานที่ด้วยความเหน็ดเหนื่อย ส่งของคืนวัดเรียบร้อยก็เอาชุดไปคืน กลับมานอนสลบไสล เพราะคืนก่อนวันงานแทบไม่ได้นอนเลย แหม...ก็มันนอนไม่หลับนี่ ปวดตามากๆ หัวหมุนติ้วๆ แบบว่าเบลอไปเลยอะ
     
    11 สิงหา เช้าวันใหม่ หลังแต่งงาน แม่และน้ากลับไปแล้ว เราหยุดงานหนึ่งวัน ว่าจะตื่นมาทำบุญก็ตื่นไม่ทันเพราะเหนื่อยเพลียไม่หาย กลางคืนก็นอนแบบหลับๆตื่นเพราะยุงเยอะมาก ขนาดกางมุ้งนอนก็แล้ว ตื่นมาลายจุดเต็มตัวเลย ...
    ช่วงบ่ายขนของกลับมาที่ห้องกับพี่สอง พี่ทั่นบอกอยู่บ้านเราแล้วรู้สึกอึดอัด อยู่ที่อพาร์ตเม้นท์ดีกว่า มาก็กินแล้วก็นอน ตื่นมาตอนเย็นก็นั่งรถไปกบินทร์ บ้านพี่สอง เหนื่อยอีกละ
     
    12 สิงหา วันแม่...ตื่นเช้ามาก็ไปทำบุญตักบาตรกันที่วัดคลองกลางบ้านพี่สอง ชดเชยที่เมื่อวานตื่นสาย วันนี้ก็เลยตั้งใจกันเต็มที่ หลังจากทำบุญเสร็จ พวกอาก็มีแผนไปเที่ยวงานศูนย์เกษตรที่เขาหินซ้อน จ.ฉะเชิงเทรา เอ้า ไปก็ไป ไหนๆวันนี้เราก็ตั้งใจจะไปเที่ยวพักผ่อนอยู่ แต่ที่ไหนได้ ไปเหนื่อยละไม่ว่า ร้อนก็ร้อน แต่ก็ยังอุตส่าห์ซื้อต้นไม้มาปลูก 3 - 4 ต้น กลับมาถึงบ้านว่าจะกลับกรุงเทพตอนเย็น ก็ดันชักช้ามาไม่ทันรถ ต้องค้างที่นี่อีกคืน โฮ...ไม่อยากตื่นเช้าไปทำงานเลย
     
    13 สิงหา วันพุธ นาฬิกาปลุกเวลาตี3.50 แต่เราไม่ไหวขอไปรถตู้เที่ยว 2 คือเที่ยวตี 4.30 ก็เลยได้นอนอีกนิดนึง ใกล้เวลาแล้วก็ลุกมาแต่งตัวด้วยความงัวเงีย เบื่อๆๆๆที่สุดเลย ไปถึงรถตู้เที่ยว2ไปแล้ว ก็เลยต้องไปเที่ยว 3 คือ ตี5.20 ตายละจะทันงานไหมนี่
    มาถึงรังสิต เกือบ 8.00 โมงเลยต้องนั่งแท็กซี่ขึ้นทางด่วนมา แท็กซี่งี่เง่าก็ดันพาลงทางผิด ทำเราเกือบสายไม่ว่าอีกสิบวิเองงะ แต่น่าโมโหที่เราต้องจ่ายค่ารถแพงขึ้นอะดิ เซ็งโคตร...
    วันนี้ทั้งวันทำงานแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น สภาพเราก็โทรมแบบสุดๆ เพราะไม่มีเวลาแต่งหน้า แถบหลับแบบเมื่อยๆมาบนรถอีก เวลาแบบนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุดก็คือ อยากนอน......
    พี่ๆที่ทำงานก็ทักว่าแต่งงานแล้วทำไมดูซีดเซียวจัง ท่าทางจะเจอมากหนัก ก็เออดิ หนักโพดๆ ก็ปล่อยให้เขาแซวกันไป เราขอแอบงีบดีกว่า....
     
    14 สิงหา วันต่อมา...ช่วงเวลาแห่งการชำระหนี้ โหย...เจ้าหนี้รอคิวยาวเหยียด แม่เจ้าโว้ย หนี้เราน่ะไม่เท่าไหร่หรอก เพราะเราไม่ชอบเป็นหนี้ แต่ของคุณพี่ทั่นหนะสิ เป็นหางว่าวจุฬาก็ไม่ปาน นี่ขนาดไม่ได้จัดงานใหญ่นะ ยังขนาดนี้เลย หักลบกลบหนี้แล้วเงินผูกแขนก็ยังไม่พอ ต้องขอแม่เพิ่ม เอาค่าดองมาใช้หนี้ก่อนนะแม่นะ เดี๋ยวจะหาคืนให้...
    ก่อนให้พี่สองไปใช้หนี้ ก็ทะเลาะกันไปหลายยก เฮ้อแต่งงานแล้วมันมีทุกข์แบบนี้นี่เอง
     
    ป.ล.ตั้งใจว่าจะไปจดทะเบียนเดือนนี้ แต่ว่ารอเดือนหน้าดีกว่านะ
    July 29

    เปลี่ยนที่จัดงาน

    มีเหตุจำเป็นที่เราตอบล่าช้าเพราะรอดูอาการคุณย่า ถ้าท่านเป็นอะไรไปคงจัดงานมงคลไม่ได้
    เสาร์-อาทิตย์ก็เพิ่งไปเยี่ยมท่านมา อาการทรุดหนักแล้ว


    แต่ยังไงเราก็มีความจำเป็นจึงต้องมาจัดงานที่คลอง 2 บ้านอยู่หน้าวัดแสงสรรค์ โดยทำพิธีผูกแขนธรรมดาและไม่มีการเลี้ยงพระ
    เราจึงขอ CONFIRM วันที่ 10 สิงหา นะ เพื่อนๆมีใครจะมาบ้าง...กี่คน...จะได้จัดเตรียมถูก...

    กำหนดการคร่าวๆ ก็ไม่มีอะไรมาก เริ่มพิธี 9 โมงเช้า บายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อไม้ข้อมือ เสร็จประมาณ 10-11 โมง
    หลังจากนั้นก็เลี้ยงอาหารกลางวัน แค่นี้แหละ

    ถ้าเพื่อนๆจะนัดเจอกันก่อนก็ดีจ้ะ ถ้าให้สะดวกสุดก็น่าจะเจอกันที่ บริเวณหน้าฟิวเจอร์รังสิต(ทุกคนรู้จักดีและคงมาถูก) แล้วนั่งแท็กซี่เข้ามาบอกว่าไปวัดแสงสรรค์ คลอง2 (แท็กซี่แถวนั้นรู้จักทุกคัน ค่ารถก็ประมาณ 50-60 บาท) ใครจะมาพร้อมใคร เพื่อนๆก็โทรนัดกันเอาเองนะจ๊ะ
    เราต้องขอโทษถ้าหากว่าแจ้งข่าวไม่ทั่วถึงทุกคน ยังไงก็ฝากเพื่อนๆช่วยบอกต่อกันด้วย ใครมีแฟนแล้วก็พามาเปิดตัวบ้างนะ อยากรู้จักมั่งอะ ใครมีเพื่อนชายโสดก็พามาให้เพื่อนหญิงโสดของเราได้รู้จักบ้าง อิอิ^ ^ เผื่อจะได้สละโสดเป็นรายต่อไป...

    ขอบคุณล่วงหน้าด้วยจ้ะ

    July 17

    ประกาศอย่างเป็นทางการ

    ประกาศอย่างเป็นทางการ ข่าวด่วน ประเด็นร้อนจ้า..
    ขอเชิญเพื่อนเกลอทุกท่านร่วมเป็นสักขีพยานในงานสละโสดของข้าพเจ้า นางสาวนาถตยา มีภูงา กับนายวีรชัย พาเคน ในวันอันเป็นมงคล ขึ้นเก้าค่ำเดือนเก้า แต่นแต้นก็คือวันอาทิตย์ที่สิบ เดือนสิงหาคม ปีสองห้าห้าหนึ่งนี้นี่เอง สถานที่ ณ บ้านหนองแอก กิ่งอำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ห่างจากอรัญประเทศไปทางอ.ตาพระยา ประมาณสิบแปดกิโลเมตร ความจริงมันก็ไม่ไกลหรอกใครเคยไปตลาดโรงเกลือก็แถวๆนั้นแหละ ประมาณไม่เกินสามร้อยกิโลจากกรุงเทพนั่งรถสามชั่วโมง แต่อย่างว่านะสมัยนี้น้ำมันแพง ถ้าเพื่อนคนไหนไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะจ๊ะ ถ้าใครไปได้ก็ขอบคุณสุดแสนแม้นประมาณด้วยความซาบซึ้ง งานข้าพเจ้านี้เชิญแขกไม่กี่คนมีก็แต่ญาติสนิทมิตรสหาย เพราะเน้นความเรียบง่ายในยุคข้าวยากฯ ตอนแรกว่าจะผูกแขนธรรมดา แต่ว่าก็ว่ามันเป็นงานสำคัญของชีวิต อย่างน้อยๆก็ต้องทำให้ถูกต้องตามประเพณีไทย จึงได้มาประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ใครที่ยังตกข่าวฝากช่วยโทรโข่งบอกให้ทราบด้วยเดี๋ยวจะหาว่าเพื่อนไม่บอกกล่าว และต้องขออภัยที่ไม่ได้เอาการ์ดไปแจกด้วยตัวเอง เพราะไม่มีการ์ดอีกอย่างเห็นว่าเปลืองกระดาษและทำให้โลกร้อนเปล่าๆ อิอิ (ตามแต่ศรัทธาค่ะงานนี้)
     
    คิดถึงทุกคนนะ แต่งงานแล้วคงลาออกไปอยู่บ้านนอกเลี้ยงควายอย่างที่ปรารถนา ซะที่ไหนล่ะ อยากอยู่เหมือนกัน จริงๆแล้วคงไปเป็นแม่บ้านและดูแลกิจการที่ร้านสองคาร์ออดิโอซึ่งกำลังจะขยายกิจการเป็น เอส.ซี.เอ. ออโต้แก๊ส เพื่อรับมือเศรษฐกิจในอีกไม่ช้า เบื่อแล้วล่ะ งานออฟฟิศถึงแม้ว่าหัวหน้าจะชื่นชมและเห็นแววโดดเด่นที่คิดว่ากำลังไปได้ดี แต่ในความเป็นจริงมันใช้เวลานานมากกว่าจะประสบความสำเร็จจากการไต่เต้าในบริษัทเอกชนเช่นนี้ พี่ที่ทำมาก่อนอยู่มาสิบกว่าปีก็ยังเป็นแค่พนักงานระดับสามหรือสี่ ข้าพเจ้าไม่อยากแก่เหนียงยายเป็นยายเฝ้าออฟฟิศหรอก ถ้าจะให้รุ่งต้องออกมาทำธุรกิจส่วนตัวดีกว่าเป็นไหนๆ อยากให้เพื่อนๆก็มองหาอาชีพเสริมกันไว้บ้างนะ วันดีคืนดีก็อาจได้เป็นเถ้าแก่ไม่รู้ด้วย

    เมื่อเยาว์วัย ความรักคือสิ่งสวยงามเสมอ

    แม้ทุกข์ขนาดไหนความรักก็ยังช่วยเยียวยาได้

    wedding toon

    แต่เขาว่ามีรักย่อมมีทุกข์

    ฉันพร้อมแล้วที่จะได้พบความทุกข์นั้น

    และพร้อมที่จะฝ่าพันความทุกข์ไปด้วยหัวใจที่มียังรัก

    wedding

    ฉันไม่อยากจากโลกไปอย่างเดียวดาย

    โดยไม่เคยได้สัมผัสกับความรักที่แสนวิเศษ

    จากนี้ และ ตลอดไป

    เราจะมีกันและกันเสมอ

    Marry_Me_07

    แด่ความห่างไกล

    ลาก่อนความโสด

    บ๊าย บาย อิสรภาพและคำว่าแฟน

    ต่อไปนี้ฉันจะเป็น "เมีย" ของเธอ

     

    July 11

    บำรุงร่างกาย

    หลังจากที่ป่วยไข้มานาน ซึ่งก็ยังไม่นับว่าหายดีเท่าไหร่ ช่วงนี้ก็ต้องดูแลสุขภาพมากเป็นพิเศษ
    พยายามกินแต่ของที่มีประโยชน์กับร่างกายมากที่สุด โดยเฉพาะผักผลไม้
    เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอยากกินเนื้อสัตว์ เพราะว่ามันย่อยยาก
     
    พี่ๆที่ทำงานเห็นเรากินบำรุงสุขภาพก็ถามว่า "เราท้องรึเปล่า?"
    เราก็ไม่ตอบอะไร
    แค่บอกว่าสุขภาพไม่ค่อยดี...
     
    พรุ่งนี้วันเสาร์ 12 ก.ค. พี่สองจะพาแม่และญาติๆ มาคุยเรื่องหมั้นหมายกับพ่อแม่เรา
    คงไม่เกินปีนี้ได้มีงานมงคลแน่นอน แต่ว่าอะไรก็ไม่แน่นอนก็เลยยังไม่กล้าบอกอย่างเป็นทางการ
    ถ้าชัวร์แล้วจะมาอัพเดทให้นะ
     
     
     
     
     
    June 11

    เริ่มดีขึ้น

    อย่างที่บอก
    พักนี้อะไรๆก็เริ่มดีขึ้น
    มีเครียดบ้าง แต่ก็ยังน้อย
    เพราะเราไม่ใส่ใจเก็บเอาคิดให้เปลืองเนื้อที่ในสมอง
    อยู่แบบนี้ไปก่อน
    พ่อบอกว่าอย่าเพิ่งทำการใหญ่ในปีนี้
    แต่เราคิดอะไรแล้วก็ต้งใจจะทำให้ได้
    ไม่งั้นคงไม่มีโอกาส
     
    พ่อเสียใจที่ไม่ได้มีโอกาสเห็นลูกชายในชุดผ้าเหลือง
    เพราะน้องชายชิงสึกออกมาจากเสียก่อน
     
    อย่างว่า คนเราเลี้ยงได้แต่ตัว หัวใจมันเลี้ยงไม่ได้...
     
    อยากกลับไปทำนาจริงๆ
    ถึงจะลำบาก แต่ก็มีความสุข
     
    May 07

    เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทน เพราะเรามันคนสู้ชีวิต

    ช่วงต่อระหว่างสิ้นเดือน-ต้นเดือน เป็นอะไรที่ศริวิไลซ์สำหรับหลายๆคน เพราะเงินเดือนออก
    แต่สำหรับข้าพเจ้า คือช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าที่สุดในรอบเดือน
    เฮ้อ...อะไรๆก็กรู นั่นก็ให้กรูทำ นี่ก็ให้กรูเฮ็ด เฮ็ดให้เสร็จล้วก็ให้กรูตรวจเองอี๊ก เออจ้างกรูคนเดียวก็พอม๊าง~
    ไล่ออกให้หมดพวกคุณหนูทั้งหลายแหล่ ทำไรเป็นกันม่างเนี่ย เซ็งเป็ด!
    งานที่ร้านก็อี๊ก ก็กรูทั้งน้านเล่ย
    ตั้งแต่คนเก็บกวาด เช็คเครื่องไม้เครื่องมือ เลื่อยไม้ ขัดหนัง แม่บ้านแม่ครัว บัญชงบัญชี เป็นธนาคารเงินกู้ ก็เป็นกรูอยู่ร่ำไป
    เหนื่อยแทบขาดใจ บ่นไปก็เท่านั้น เพราะไม่มีใครเห็นใจอยู่ดี งี้แหละคนทำดีไม่เคยมีใครเห็นความดีกะเขาหรอก
    ไม่มีไร ก็แค่คนขี้บ่น แก้เบื่อไปเท่านั้น...
    อยากนอนยาวว่ะ
    ปรินิพพานยิ่งดี
    February 06

    today i think of you

    have you ever loved someone who never seen your love?
     
    คิดว่าคงมีบ้าง
    คนที่ดื้อรั้นต่อความเป็นจริง
    รับไม่ได้ อยากเอาชนะ
    คิดว่าตัวเองดี คิดว่าตัวแน่
    แต่ทำไมเขาไม่ไยดี
    เห็นเราเป็นของเล่น
    เคยตกหลุมรักใครบ้างไหม?
    คุณจะรู้ว่าหัวใจมันไม่อยู่ที่อกข้างซ้ายอีกแล้ว
    คิดถึงแต่เขา
    มองอะไร เห็นอะไร ก็เป็นเขาหมด
    เอาแต่นั่งใจลอย...ฝัน...เพ้อ
    แรกๆก็ดูท่าว่าจะดี
    ผลลัพธ์ก็โอเค ไม่เสียแรงที่ขุดเอามารยาหญิง(ที่ไม่ค่อยมี)มาใช้
    พอวันนึง วันนั้นมาถึง
    เขาเปลี่ยนไปเพียงเวลาไม่นาน
    ทำเหมือนฉันเป็นตัวเชื้อโรค
    แค่จับมือ...เขาก็ปล่อยมันออก
    เสียงหัวใจหล่นดัง ตึ๊ก! เจ็บแปลบ...
    ฉันเข้าใจแล้ว แต่ฉันไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก
    ฉันฉุดเขาไว้ไม่ปล่อย
    เอาแต่ร้องไห้จนน้ำตาหมดไปหลายโอ่ง
    เธอก็ทำเฉยเมยเหมือนเดิม
    ในที่สุดฉันก็เริ่มคิดได้
    ก็ตอนที่ไม่มีน้ำตาจะไหลอีกต่อไปแล้วนั่นแหละ
    คุณเคยตกหลุมรักบ้างไหม?
    แล้วคุณคิดว่านั่นคือความรักจริงหรือ?
    ฉันว่าฉันตกหลุมพรางมากกว่า
    เขาหลอกใช้ด้วยคำหวาน ใบหน้าหล่อเหลา สายตาหวานซึ้ง
    (ผู้ชายคนนี้มารยามากกว่าฉันซะอีก)
    มันก็แค่เปลือกเท่านั้น
    ภายในใจเขา เน่าสนิท!
    หรือว่าเขารักใครไม่เป็น
    ฉันไม่อยากทำร้ายตัวเองอีกต่อไปแล้ว
    อยู่ด้วยความขมขื่นชีวิตก็ยิ่งหมดหวัง
    แล้วกับคนที่เขารักเรา
    เราเคยมองเขาบ้างไหม
    ไม่เลย...
    การไขว่คว้าหาคนที่คู่ควร
    แต่ต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีของตัวเอง
    และลงเอยด้วยความเจ็บปวด
    มันจะมีความหมายอะไร?
    หรือว่าอยากลองอกหักดูสักครั้ง
    ฉันว่าไม่สนุกหรอกนะ ไม่คุ้มด้วย
    ตัวเรามีคุณค่ามากกว่าที่คิด
    ลองตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ผลงานที่ได้นั่นคือความภูมิใจ
    มีคนบอกไว้ว่า...
    สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเราก็คือชีวิตเรา
    อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิตไปทิ้งไว้ที่ใคร
    .
    .
    .
    .
    ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว
    แต่ทำไม...ยัง คิ ด ถึ ง เ ข า
    เพราะอะไร? ใครช่วยบอกที